Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

บำบัดบุคคลน้ำหนักตัวเกิน

องค์การอนามัยโลกได้ประกาศในปี ค.ศ. 1997 ว่า ภาวะโภชนาการเกินและโรคอ้วน  เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญซึ่งต้องเร่งแก้ไขเนื่องจากเป็นปัญหาหนึ่งซึ่งนำไปสู่ผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจและปัญหาทางจิตสังคมอย่างชัดเจน

โรคที่เป็นผลกระทบจากภาวะโภชนาการเกินและโรคอ้วนต่อสุขภาพที่พบในผู้ใหญ่ ได้แก่ ข้อเข่าเสื่อม ภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง มะเร็งลำไส้ โรคซึมเศร้า เป็นต้น และยังพบว่าการตายในผู้ที่อายุระหว่าง 20 – 74 ปี กว่าครึ่งหนึ่ง มีผลมาจากความอ้วน ซึ่งโรคหัวใจและหลอดเลือดยังเป็นสาเหตุการตายของคนทั่วโลกปีละ 17 ล้านคน  และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น  โดยคาดว่าอีก  15  ปีข้างหน้า  หรือในปี  พ.ศ  2565  ทั่วโลกจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าว  ประมาณ  25  ล้านคน  ซึ่งจะมีประชากรในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาประมาณ 19 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 76 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด ปัญหาสุขภาพเหล่านี้ ส่งผลให้เกิดการสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาโรค เป็นภาระของครอบครัวและประเทศ นอกจากนี้ยังปรากฏว่าร้อยละ 2-8 ของค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประชาชนในปัจจุบันเป็นค่าใช้จ่ายที่เป็นผลกระทบจากโรคอ้วน ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปในอีก 10 ปีข้างหน้าค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก ในทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้หลายประเทศทั่วโลกมีปัญหาเกี่ยวกับ ความชุกของภาวะโภชนาการเกินและโรคอ้วนเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มอายุอย่างรวดเร็ว

ประชาชนในวัยทำงาน ส่วนใหญ่จะนั่งโต๊ะทำงาน มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกายเพิ่มความสูง และไม่ค่อยสนใจเรื่องอาหาร เพราะมีประชุม มีเบรก มีงานเลี้ยงตอนเย็น กินไปคุยกันเรื่องงานไป รวมทั้งบริโภคอาหารหวาน มัน และเค็มเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่มาจากขนมขบเคี้ยว     ดื่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มประเภทกาแฟ และน้ำผลไม้ที่เติมน้ำตาลแทนการดื่มน้ำเปล่า ซื้ออาหารสำเร็จรูปประเภทถุง มีวางจำหน่ายหาซื้อง่าย ราคาถูก การโฆษณาอาหารที่ให้พลังงานสูง อาหารบริการด่วนและบริการส่งถึงบ้าน ทำให้อาหารที่ให้พลังงานสูงที่นานๆ เคยได้กินที กลายเป็นสิ่งที่กินได้ทุกวัน และในการลดน้ำหนักของประชาชน ยังมีบางกลุ่มที่ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารเช้า ซึ่งบางคนงดอาหารเช้าแต่ดื่มกาแฟแทน ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง อาหารมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญ และจำเป็นมาก ต้องรับประทานทุกวัน เพื่อกระจายพลังงานอาหารให้เหมาะกับความต้องการ นอกจากจะช่วยให้ร่างกายไม่หิวมากในช่วงบ่ายแล้ว ยังควบคุม ปริมาณอาหารในมื้อเย็นให้กินน้อยลงได้ และยังพบว่าคนไทยกินผักผลไม้น้อย โดยเฉลี่ยกินผักและผลไม้ วันละ 270 กรัม ซึ่งต่ำกว่าปริมาณที่แนะนำวันละ 400 กรัมต่อวัน และขาดการออกกำลังกาย    จึงส่งผลให้คนไทยมีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนเพิ่มขึ้น ( กรมอนามัย : 2548 )

orchid2

3  ปี ของการดำเนินงานคนไทยไร้พุง  ศูนย์อนามัยที่  7  อุบลราชธานี  ใช้กลยุกต์  3  อ.        ทั้งอาหาร   การออกกำลังกาย   และอารมณ์  มาจัดรูปแบบการให้บริการทั้งจัดอบรมค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ  จัดให้มีคลินิกไร้พุงเพื่อบริการสำหรับผู้ที่สนใจ    จากการดำเนินงานที่ผ่านมาจะเห็นว่า  ผู้เข้ารับการอบรมค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม  จำนวน  60  รุ่น รวม 2,234  ราย  สามารถดูแลตัวเองโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินที่ดี       จัดเวลาในการออกกำลังกายได้อย่างเหมาะสม      มีจำนวนเพียงร้อยละ  20  เท่านั้น  ซึ่งคนเหล่านี้ส่วนใหญ่มีภาวะของโรคเบาหวาน  ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ  โรคเก๊าท์  ร่างกายแสดงอาการของโรคทำให้มีความทุกข์ทรมาน จึงต้องหาหนทางในการเยียวยารักษา  ดั่งสุภาษิตที่ว่า “ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา ”  ดังนั้นการให้ความรู้เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพตามหลัก 3 อ. กับคนเหล่านี้จึงไม่ใช่เรื่องยาก แต่คนอื่นๆหละ  มีความรู้ผ่านการทดสอบหลังการอบรมอยู่ในระดับมาก  รู้ว่ากินหวานมันเค็มจะทำให้อ้วน รู้ว่าการออกกำลังกายดี จะทำให้ร่างกายแข็งแรง    แต่ยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรม  อ้วนยังไงก็ยังเหมือนเดิม สารพัดข้ออ้าง  เข้าค่ายอบรมทุกที่  ที่มีการจัดก็ยังอ้วนเหมือนเดิม   สำหรับการจัดให้บริการในคลินิกไร้พุง  ศูนย์อนามัยที่ 7  อุบลราชธานี  ได้พยายามพัฒนาระบบบริการให้สามารถสนองตอบต่อความต้องการของผู้รับบริการที่ต้องการลดน้ำหนัก  จากการดำเนินงานพบว่า ในการพูดคุยกับผู้รับบริการในช่วงแรกเราจะให้แต่ข้อมูลเรื่องอาหาร  เขาต้องกินตามธงโภชนาการนะ  ต้องกินอาหารตามแคลอรีที่กำหนดนะ  อย่าลืมกินอาหารตรงเวลา 3 มื้อ งดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด  และที่สำคัญต้องออกกำลังกายทุกวันวันละ  30  นาทีนะ  เราเป็นฝ่ายให้ข้อมูลเป็นการสอนสุขศึกษา ผู้รับบริการมา  2-3  ครั้ง  ครั้งต่อไปเราหมดมุขแล้วไม่รู้จะสอนอะไร เหมือนเราตกลงไปในกับดักของความรู้โดยลืมนึกถึงอารมณ์  ความรู้สึกของผู้รับบริการ ผลการให้บริการในคลินิก  พบว่า  ส่วนใหญ่ผู้รับบริการไม่มาตามนัด  และไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมได้  เอ๊ะ…เกิดอะไรขึ้น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขมีความมั่นใจในองค์ความรู้เรื่องอาหาร  การออกกำลังกายเพิ่มความสูง  แล้วเรื่องอารมณ์ล่ะ  แค่สกัด  สะกด  และสะกิด เพียงพอหรือไม่ในการที่จะชักชวนให้ผู้รับบริการมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ

ดังนั้น    ศูนย์อนามัยที่  7  อุบลราชธานี จึงได้พัฒนารูปแบบการให้บริการในคลินิกไร้พุง  โดยนำกระบวนการให้การปรึกษาตามแนวคิดการปรับความคิดและพฤติกรรมเพื่อการลดน้ำหนักมาใช้เพื่อบำบัดผู้ที่มีปัญหาน้ำหนักตัวเกิน การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรมเป็นการบำบัดทางจิตใจชนิดหนึ่ง  ซึ่งมุ่งเน้นให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์โดยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของความคิด  เกิดการเรียนรู้ใหม่ ฝึกทักษะ  ผู้ให้บริการมีหน้าที่เป็นเพียงผู้ให้คำแนะนำ ส่วนผู้รับบริการจะเป็นผู้ค้นหาความคิดและพฤติกรรมเพิ่มความสูงที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพของตนเอง  ปรับเปลี่ยนความคิดใหม่  เรียนรู้แนวทางที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตตนเอง  วางเป้าหมาย  ฝึกปฏิบัติ  เพื่อให้เกิดความชินจนเป็นนิสัย