กาารแพทย์ทางเลือก

“การแพทย์ทางเลือกหมายถึงการรักษาความเจ็บป่วยด้วยวิธีการใดๆก็ตามที่ไม่ใช่แผนปัจจุบัน แต่ถึงแม้ไม่ใช่วิธีของแพทย์แผนปัจจุบัน แต่ก็ได้อ้างอิงทฤษฎีการแพทย์แผนปัจจุบันหลายอย่าง เพียงแต่วิธีการปฏิบัติอาจจะไม่เหมือนแพทย์แผนปัจจุบัน”

“การแพทย์ทางเลือก เป็นศาสตร์เพื่อการวินิจฉัย รักษา และป้องกันโรคนอกเหนือจากศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบัน การแพทย์แผนไทย และการแพทย์พื้นบ้านไทย”

ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่า การแพทย์ทางเลือกเป็นการแพทย์ที่ไม่ใช่การแพทย์แผนปัจจุบันหรือการแพทย์กระแสหลัก(Conventional Medicine) และไม่ใช่การแพทย์พื้นบ้านไทย(Indigenous Medicine) และก็ไม่ใช่การแพทย์แผนไทย(Traditinal Medicine) ซึ่งก็คงจะเป็นศาสตร์ที่ผสมผสานทั้งวิชาการทางการแพทย์และวิชาการที่ว่าด้วยมนุษย์และสิ่งมีชีวิตในทุกมิติศาสตร์การแพทย์ทางเลือก

การแพทย์ทางเลือก

การให้ความหมายและความครอบคลุมของการแพทย์ทางเลือกในแง่ของศาสตร์เพื่อการวินิจฉัย รักษา และป้องกันโรค นอกเหนือจากศาสตร์ของการแพทย์ปัจจุบันนั้น กองการแพทย์ทางเลือก กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุขปี 2545 ได้จัดไว้เป็นศาสตร์3กลุ่ม ดังต่อไปนี้

กลุ่มศาสตร์หรือเทคนิคของศาสตร์เพื่อปรับสมดุลของธาตุและสารชีวภาพในร่างกาย

ศาสตร์ในกลุ่มนี้มีมากมายได้แก่

  • สมุนไพรชนชาติต่างๆ
  • สูตรอาหารต่างๆ อาทิเช่น อาหารแมคโครไบโอติคส์(Macrobiotics) อาหารเจ อาหารมังสวิรัติ และอาหารสูตรเฉพาะสำหรับผู้ป่วย
  • วิตามินบำบัด(Megavitamin)
  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพิ่มความสูง
  • การล้างพิษ(Detoxification)
  • สารชีวภาพอื่นๆเช่น โฮมีโอพาธี(Homeopathy) ไบโอ-โมเลคุลาบำบัด(Bio-Molecular Therapy) และการขับสารพิษ(Chelation Therapy)

กลุ่มศาสตร์หรือเทคนิคของศาสตร์เพื่อปรับสมดุลของโครงสร้างร่างกายในส่วนของกระดูกและกล้ามเนื้อ ศาสตร์ในกลุ่มนี้มีมากมายได้แก่

  • การนวด ดัด และดึง ในแบบของวัฒนธรรมต่างๆ
  • การจัดกระดูกแบบจีน
  • การแพทย์จัดกระดูก(Chiropractic Medicine)
  • ดุลยภาพบำบัด
  • การออกกำลังกายแบบต่างๆเช่น โยคะ ชี่กง และไท้เก๊ก
  • วารีบำบัด(Hydrotherapy)

กลุ่มศาสตร์หรือเทคนิคของศาสตร์เพื่อปรับสมดุลของพลังงานในร่างกายและความสัมพันธ์กาย-จิต ศาสตร์ในกลุ่มนี้มีมากมาย ได้แก่

  • สมาธิในแบบของวัฒนธรรมต่างๆ
  • การเสริมสร้างพลังในวัฒนธรรมต่างๆเช่น พลังกายทิพย์ พลังจักรวาล พลังออร่า พลังปิรามิด โยเร โยคะ ไท้เก๊ก-ชี่กง พลังจิต การสะกดจิต จินตภาพบำบัด และเวทย์มนต์
  • การฝังเข็ม(Acupuncture)
  • การกดจุด(Reflexology)
  • ดนตรีบำบัด(Music Therapy)
  • สุคนธบำบัด(Aroma Therapy)
  • สนามแม่เหล็กบำบัด(Magnetic Field Therapy)

แนวทางดำเนินงานด้านการแพทย์ทางเลือกของกระทรวงสาธารณสุข

กองการแพทย์ทางเลือก กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก(Department for Development of Thai Traditional and Alternative Medicine:DTAM) กำหนดแนวทางการดำเนินงานไว้ดังต่อไปนี้(อ้างอิงจากเอกสารบรรยายของนายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน์ ซึ่งเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต)

  • การแพทย์แผนจีน(Chinese Medicine)

การแพทย์แผนจีนหมายความว่า การกระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจ การวินิจฉัย การบำบัดโรค การป้องกันโรค หรือการฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายตามศาสตร์และความรู้แบบแพทย์แผนจีนที่ถ่ายทอดและพัฒนาสืบต่อกันมา หรือตามการศึกษาจากสถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาในหลักสูตรไม่ต่ำกว่าห้าปีของประเทศนั้น และคณะกรรมการประกอบโรคศิลปะให้การรับรอง ซึ่งประกอบด้วยการฝังเข็ม และการออกกำลังกายเช่น ไท้เก๊กและชี่กง

  • การแพทย์ทางเลือกอื่นๆ เช่นการรักษาทางกายภาพ(Physical Therapy) ประกอบด้วย
  1. การนวด(Massage)หมายถึงการจัดการกับเนื้อเยื่อที่อ่อนนุ่มเพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษา เช่น การนวดแบบไทย และการนวดแบบสวีเดน(นิยามการนวดโดยสมาคมการนวดของอเมริกัน)
  2. การฝังเข็ม(Acupuncture) ที่ใช้ในผู้ปวดศีรษะไมเกรนและปวดศีรษะจากความเครียด ถือเป็นทฤษฎีลมปราณฝังเข็มตำแหน่งจุดต่างๆ(Acupoint)
  3. การกดจุด(Reflexology or Zone Therapy) เป็นการนวดหรือใช้แรงกดบนฝ่าเท้า ใช้เพื่อลดความเครียดและทำให้เกิดการผ่อนคลาย
  4. การแพทย์จัดกระดูก(Chiropractic Medicine) ซึ่งมีหลักเกี่ยวกับการไหลเวียนของพลังชีวิต กระดูกสันหลังปกป้องไขสันหลังไว้
  • วารีบำบัด(Hydrotherapy)
  1. วารีบำบัดภายนอก(External Hydrotherapy):Bath and Douches
  2. วารีบำบัดภายใน(Internal Hydrotherapy):Colonic Irrigation and Enemas
  3. โภชนบำบัด ประกอบด้วย แมคดครไบโอติคส์ อาหารเสริม และมังสวิรัติ
  4. การบำบัดด้วยพืช(Plant-based Therapy) เช่น Aroma Therapy
  5. การบำบัดด้วยคลื่นและรังสี(Wave and Radiation Therapy) เช่น Oregon Therapy ,Pyramid Therapy และManetic Therapy
  • การบำบัดทางจิตและวิญญาณ(Mind and Spiritual Healing)
  1. Biofeedback ฝึกฝนเพื่อคุมองค์ประกอบต่างๆของร่างกายที่ถูกควบคุมโดยระบบประสาทอัตโนมัติตามความสมัครใจ
  2. Hypnosis ภาวะที่จิตถูกสะกด เป็นภาวะของจิตสำนึกที่เปลี่ยนแปลงไป ความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานของจิตสำนึกและจิตใต้สำนึกในระหว่างภาวะปกติและภาวะถูกสะกดจิตจะกลับกัน
  3. Mediation/Transcendental Mediation มีลักษณะของการสร้างประสบการณ์ เริ่มจากการผ่อนคลาย ปล่อยให้ความคิดในใจสงบลง ทำให้ความคิดไปถึงระดับการคิดที่ละเอียดอ่อนมากยิ่งขึ้น
  4. Psychodrama มีพื้นฐานจากการที่คนเราต้องมีการเปลี่ยนบทบาทหน้าที่อยู่เสมอ
  5. Spiritual Healing
  6. Self Exerciseการออกกำลังกายประเภทต่างๆเช่น Yoga, Tai Chi, and Dancing

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *